ทิศทางการพัฒนาแผนที่ความเสี่ยงจากภาวะน้ำล้นตลิ่ง (River Flood) ความละเอียดสูง
ปัจจุบัน โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์โลกร้อนรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มกว่า 1.55 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับช่วงยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะ “น้ำท่วม” ซึ่งเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและสร้างผลกระทบในหลากหลายมิติ ทั้งด้านกายภาพที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือน ด้านเศรษฐกิจที่ประชาชนสูญเสียรายได้และทรัพย์สิน การค้าและบริการหยุดชะงัก ด้านสังคมที่กระทบชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และกลุ่มเปราะบาง และรวมถึงปัญหาสุขภาพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคที่มากับน้ำท่วม
ในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายภูมิภาค ด้วยบริบทเชิงพื้นที่
ที่เสี่ยงกับภัยน้ำท่วมตลอดเวลา เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตที่มีปริมาณฝนตกชุกและหลายพื้นที่มีลักษณะเป็นที่ราบน้ำท่วมถึง เช่น ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างบริเวณภาคกลาง ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้อุณหภูมิพื้นผิวทะเลเพิ่มสูงขึ้น อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พายุมีความรุนแรงมากขึ้น ฝนตกหนักกระจุกตัวและต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดแนวโน้มที่ประเทศไทยจะประสบปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้นในอนาคต อีกทั้ง หลายพื้นที่ยังขาดการบริหารจัดการน้ำและการป้องกันภัยที่มีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความเปราะบางต่อความเสี่ยงจากน้ำท่วมอย่างรุนแรง ดังนั้น ประเทศไทยควรมีการพัฒนาข้อมูลการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมที่มีความแม่นยำและมีความละเอียดสูง เพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำ การกำหนดมาตรการป้องกันและลดความเสียหายแก่ประชาชน และการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินได้ดีขึ้น เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ประเทศไทยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการเสริมสร้างศักยภาพการประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ระหว่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และบริษัท เวเธอร์นิวส์ จำกัด(Weathernews Inc.) ประเทศญี่ปุ่น (รูปที่ 1) ซึ่งเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการข้อมูลการคาดการณ์สภาพอากาศและภูมิอากาศ เพื่อการวางแผนป้องกันและเตือนภัยพิบัติต่าง ๆ โดยบันทึกความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญในการประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่สืบเนื่องจากภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาวได้ และเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาชุดข้อมูลที่มีความละเอียดสำหรับใช้ในการประเมินความเสี่ยง ตลอดจนเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแผนที่ความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับพื้นที่เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันของประเทศในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
จากความร่วมมือนี้ บริษัท เวเธอร์นิวส์ จำกัด จะสนับสนุนชุดข้อมูลการคาดการณ์ภัยจากภาวะน้ำล้นตลิ่ง (River Flood) ที่มีความละเอียดเชิงพื้นที่ 90 x 90 เมตร ให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมนำไปพัฒนาเป็นแผนที่ความเสี่ยงจากภาวะน้ำล้นตลิ่ง (River Flood) ต่อไปทั้งนี้ การนำชุดข้อมูลดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย จำเป็นต้องนำข้อมูลสภาพอากาศ ข้อมูลภูมิอากาศ และข้อมูลทางกายภาพของแม่น้ำของหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศ มาใช้ในการตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อให้แผนที่ความเสี่ยงจากภาวะน้ำล้นตลิ่ง (River Flood) มีความสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น (รูปที่ 2)
ชุดข้อมูลการคาดการณ์ภัยจากภาวะน้ำล้นตลิ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากแบบจำลอง CaMa-Flood: Catchment-based Macro-scale Floodplain Model จัดทำโดยบริษัท เวเธอร์นิวส์ จำกัด ซี่งเป็นแบบจำลองพื้นที่ราบน้ำท่วมถึงระดับลุ่มน้ำขนาดใหญ่ทั่วโลกที่มีความละเอียดสูงถึง 90 x 90 เมตร โดยใช้ทฤษฎีฟิสิกส์และการคำนวณเชิงสถิติจำลองการไหลของแม่น้ำ แรงกระทำต่อการไหล ระดับน้ำในแม่น้ำ ความลึกน้ำท่วม และข้อมูลอื่น ๆ เป็นรายชั่วโมง นอกจากนี้ แบบจำลองนี้สามารถวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงน้ำท่วมล้นตลิ่งของทุกพื้นที่ ภายใต้สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกที่แตกต่างกัน 3 สถานการณ์ ได้แก่ 1. การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำกว่าปัจจุบันมาก (SSP1-19) , 2. การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำกว่าปัจจุบัน (SSP1-26) และ 3. การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูงกว่าปัจจุบันมาก (SSP5-85)
จากภาพแสดงตัวอย่างการดำเนินงานด้านการวางแผนป้องกันภัยพิบัติของประเทศญี่ปุ่น แผนที่ประมาณการระดับความลึกของน้ำท่วมในพื้นที่ราบน้ำท่วมถึงของประเทศญี่ปุ่นที่มีโอกาสเกิดซ้ำในรอบ 1,000 ปี โดยภาพทางซ้ายใช้ข้อมูลจากแบบจำลอง CaMa-Flood และภาพทางขวาจากแพลตฟอร์มฐานข้อมูล Aqueduct ของสถาบันทรัพยากรโลก (WRI) จะเห็นได้ว่าแบบจำลอง CaMa-Flood สามารถแสดงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมที่ละเอียดมากกว่าฐานข้อมูล Aqueduct อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากแบบจำลอง CaMa-Flood เป็นแบบจำลองที่มีข้อมูลความละเอียดสูง อีกทั้งได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลภัยธรรมชาติจากหน่วยงานรัฐบาลญี่ปุ่น จึงทำให้ข้อมูลการคาดการณ์สามารถสะท้อนความเสี่ยงจากน้ำท่วมได้อย่างละเอียดและแม่นยำขึ้น (รูปที่ 3)
ประเทศไทยสามารถนำชุดข้อมูลการคาดการณ์ความเสี่ยงจากน้ำท่วมล้นตลิ่งจากแบบจำลอง CaMa-Flood มาช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการกำหนดแผนการป้องกันภัยพิบัติ โดยบูรณาการชุดข้อมูลดังกล่าวในการคาดการณ์ความเสียหายทางเศรษฐกิจ จำนวนประชากรและโครงสร้างพื้นฐานที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศซึ่งเป็นเครื่องมือในการติดตามและเฝ้าระวังภัย เช่น การจัดทำแผนที่แสดงตำแหน่งพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมจากข้อมูลในแบบจำลอง การประเมินพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมขังจริงจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม เป็นต้น (รูปที่ 4)
ชุดข้อมูลการคาดการณ์นี้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางพัฒนาประเทศให้สามารถอยู่ร่วมกับ
สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสนับสนุนการตัดสินใจด้านวางแผนนโยบายการปรับตัวและรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
แม้ในยามที่ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับภัยน้ำท่วม แต่ด้วยการดำเนินนโยบายการพัฒนาประเทศที่นำใช้ชุดข้อมูลการคาดการณ์ความเสี่ยงภัยพิบัติที่ถูกต้องและแม่นยำเพื่อสนับสนุนด้านการวางแผน เราจะสามารถป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติ พร้อมก้าวข้ามวิกฤตนี้ด้วยการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัวแก่ประชาชนชาวไทยให้พร้อมรับมือต่อความท้าทายที่มีความผันผวนในอนาคตได้
อ้างอิง
https://www.who.int/health-topics/floods#tab=tab_1
https://www.dcce.go.th/14352/
https://global.weathernews.com/news/18621/
https://www.prd.go.th/.../category/detail/id/31/iid/366635
https://www.undrr.org/.../human-cost-disasters-overview...
ที่มา : กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม