เสียงเตือนจากผึ้ง สัญญาณความเปราะบางของระบบนิเวศในยุคโลกร้อน
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อแมลงผสมเกสรทั่วโลก โดยอุณหภูมิที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ภัยแล้ง และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ล้วนส่งผลต่อแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร และวงจรชีวิตของแมลงผสมเกสร เช่น ผึ้ง และผีเสื้อ ทำให้หลายชนิดต้องย้ายถิ่นฐานไปยังพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเหมาะสมกว่า หรือเผชิญกับการลดลงของจำนวนประชากร
สำหรับแมลงผสมเกสรนั้น ผึ้งถือเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยช่วยผสมเกสรให้กับพืชเกษตรกว่า 75% และพืชป่ามากกว่า 90% ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่เอื้อต่อการสืบพันธุ์ของพืชและความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์จากผึ้ง เช่น น้ำผึ้ง เกสรผึ้ง นมผึ้ง และไขผึ้ง ยังมีคุณค่าทางโภชนาการและสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประชากรผึ้งกำลังลดลงจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง อุณหภูมิที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลส่งผลให้ช่วงเวลาออกดอกของพืชเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผึ้งเข้าถึงแหล่งอาหารได้ยากขึ้น เมื่อจำนวนผึ้งลดลง ความสามารถในการผสมเกสรของพืชก็ลดลงตามไปด้วย ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ความสมดุลของระบบนิเวศ และผลผลิตทางการเกษตรที่ต้องอาศัยการผสมเกสร ซึ่งท้ายที่สุดอาจกระทบต่อห่วงโซ่อาหารและความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์ในระยะยาว
การอนุรักษ์ผึ้ง รวมถึงแมลงผสมเกสรชนิดอื่นๆนั้น จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมได้ ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร และการอนุรักษ์หรือฟื้นฟูถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวของระบบนิเวศต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และร่วมกันรักษาความสมดุลของธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางอาหารของโลกให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต
แหล่งอ้างอิง
1. https://www.csc.ku.ac.th/sdgs/?p=7436
2. https://www.tei.or.th/th/infographic_detail.php?eid=3632
3. https://ecrotek.com.au/.../how-climate-change-is...
4. https://www.pollinator.org/threats
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"
ที่มา : กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม