"พร้อมแค่ไหนเมื่อภัยมา" ประเมินความยืดหยุ่น ชุมชนพื้นที่ต้นแบบที่พร้อมรับมือทุกวิกฤต
  • 4 มิถุนายน 2569
  • 295 ครั้ง

"พร้อมแค่ไหนเมื่อภัยมา" ประเมินความยืดหยุ่น ชุมชนพื้นที่ต้นแบบที่พร้อมรับมือทุกวิกฤต

​ ในวันที่โลกต้องเผชิญกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ภัยแล้ง โรคระบาด หรือคลื่นความร้อน การพัฒนาชุมชนให้ “สวยงาม” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งสำคัญที่ทุกพื้นที่ต้องมีควบคู่กัน คือ “ความยืดหยุ่น” หรือ Resilience ซึ่งหมายถึงความสามารถของชุมชนในการเตรียมพร้อม รับมือ และฟื้นตัวจากวิกฤตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
การประเมินความยืดหยุ่นของชุมชน เป็นเครื่องมือสำคัญในการค้นหาจุดแข็ง จุดอ่อน และกำหนดแนวทางรับมือกับความเสี่ยงในอนาคต โดยต้องพิจารณาหลายมิติ ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ระบบสาธารณูปโภค เศรษฐกิจท้องถิ่น ความร่วมมือของคนในชุมชน ตลอดจนศักยภาพของหน่วยงานภาครัฐในการจัดการภัยพิบัติ
ชุมชนต้นแบบที่มีการปรับตัวอย่างน่าสนใจคือ “ทุ่งรังสิต” จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เกษตรกรรมรอยต่อ เมืองที่เผชิญทั้งปัญหาน้ำเสีย ขยะ และผลกระทบจากโควิด-19 ได้นำเครื่องมือ Community-Based Resilience Analysis หรือ CoBRA มาใช้ประเมินศักยภาพของชุมชนที่มีผลความยืดหยุ่นในระดับปานกลาง จุดแข็งสำคัญ คือความหลากหลายของอาชีพและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร แต่ยังมีความเปราะบางจากการขยายตัวของเมืองที่รวดเร็ว จนส่งผลต่อพื้นที่เกษตรและวิถีชีวิตดั้งเดิม
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ “เกาะกลาง” จังหวัดกระบี่ พื้นที่ชุมชนมุสลิมที่มีเสน่ห์ด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง ใช้แนวทางการปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศ หรือ Ecosystem-based Adaptation (EbA) ผ่านการอนุรักษ์ป่าชายเลนเพื่อเป็นแนวป้องกันธรรมชาติ รวมถึงการปรับเปลี่ยนพันธุ์ข้าวให้เก็บเกี่ยวได้เร็วและลดความเสียหายจากน้ำเค็ม แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้ชุมชนอยู่รอด แต่ยังรักษาวิถีชีวิตและความงดงามของพื้นที่ไว้ได้ พร้อมต่อยอดสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
​ในระดับเมือง เทศบาลหลายแห่ง เช่น หาดใหญ่ อุดรธานี และภูเก็ต ได้นำเครื่องมือ Local Government Self-Assessment Tool หรือ LGSAT มาใช้ประเมินศักยภาพในการจัดการภัยพิบัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้สามารถมองเห็นช่องว่างด้านงบประมาณ เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน นำไปสู่การพัฒนาเมืองสีเขียวและเมืองฟองน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและคลื่นความร้อนอย่างเป็นระบบ
​ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความยืดหยุ่น” ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือความร่วมมือของคนในชุมชน ภาครัฐ และทุกภาคส่วนในการร่วมกันออกแบบอนาคตที่ปลอดภัยและยั่งยืน การติดตาม ประเมินผล และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป้าหมายของการสร้างชุมชนที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม แต่คือการมีรากฐานที่แข็งแรงพอจะรับมือและก้าวผ่านทุกวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แหล่งอ้างอิง
1. Disaster Resilience Framework, National Institute of Standards and Technology
2. Community-Based Resilience Analysis (CoBRA) to Hazard Disruption: Case Study of a Peri-Urban Agricultural Community in Thailand
3. Building and Measuring Community Resilience: Actions for Communities and the Gulf Research Program.

ที่มา : กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม