สงขลาสู้โลกเดือด: ทางรอดเกษตรกรยุคสภาพอากาศสุดขั้ว
.
ปัจจุบันสถานการณ์สภาพอากาศสุดขั้วกำลังทวีความรุนแรงและเกิดถี่ขึ้น ส่งผลกระทบรุนแรงต่อพื้นที่การเกษตรทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารรายสำคัญของโลก
.
จังหวัดสงขลา ถือเป็นพื้นที่สำคัญด้านการเกษตร ทั้งการทำกสิกรรม ประมงน้ำจืด และการเลี้ยงปลาในกระชัง อย่างไรก็ตาม เกษตรกรกลับต้องเผชิญกับวิกฤตภัยแล้งสลับน้ำท่วมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณคาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญ ที่ต้องเผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงมรสุมและฤดูแล้ง ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่การเกษตรริมทะเลสาบสงขลายังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาการรุกล้ำของน้ำเค็ม จากระดับน้ำทะเลที่หนุนสูงและปริมาณฝนที่ลดลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่เพาะปลูก โดยเฉพาะนาข้าว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของพื้นที่
.
แนวทางการปรับตัวสำหรับเกษตรกรในจังหวัดสงขลา
• การทำประมง
- เลือกพันธุ์ปลาให้เหมาะกับสภาพน้ำ เช่น ปลากะพงที่ทนต่อน้ำกร่อยได้ดีเหมาะกับพื้นที่ทะเลสาบสงขลา
- เติมอากาศในบ่อ ด้วยกังหันตีน้ำ หรือปั๊มลม เพื่อให้ปลาหายใจสะดวก ไม่เครียด
- ทำร่มเงาให้บ่อปลา เช่น ใช้ผ้าใบคลุมบางส่วน ช่วยลดอุณหภูมิของน้ำ
- ให้อาหารพอดี ไม่มากเกินไป เพราะถ้าอาหารเหลือ จะทำให้น้ำเน่าและปลาจะป่วยง่าย
- ทำความสะอาดบ่อหรือกระชังบ่อย ๆ เพื่อกำจัดตะกอนและเศษอาหาร ลดโรค ลดปรสิต
- ลดจำนวนปลาในกระชัง ถ้าปลาแน่นเกินไปปลาจะเครียดและป่วยง่าย
.
• การทำกสิกรรม
การทำนา
- การทำนาเปียกสลับแห้ง เป็นวิธีปลูกข้าวที่ไม่ต้องขังน้ำไว้ตลอดเวลา แต่จะปล่อยน้ำเข้าแปลงนา
เป็นช่วง ๆ แล้วปล่อยให้ดินแห้งบ้าง เพื่อให้ต้นข้าวแข็งแรงและใช้น้ำน้อยลง มักใช้ได้ผลดีในพื้นที่ชลประทาน
- เลือกพันธุ์ข้าวที่ทนทานต่อน้ำเค็ม เช่น ข้าว กข55 ข้าวหอมราชินี
.
การทำสวนยาง
- ปลูกพืชแซมในสวนยาง เช่น กล้วย พริก หรือผักสวนครัว ในช่วงที่กรีดยางไม่ได้ เพื่อเป็นรายได้เสริม
- จัดการสวนยางให้ทนลมพายุ เช่น ขุดหลุมปลูกให้ลึก ฝังกลบให้แน่น และทำร่องระบายน้ำ ป้องกันน้ำขัง
- ดูแลโรคพืชในสวนยาง โดยใส่ปุ๋ยไนโตรเจนช่วงปลายฝนเพื่อให้ใบใหม่โตเร็วขึ้น และหลีกเลี่ยงการกรีดยางตอนที่โรคระบาดแรง เพื่อป้องกันหน้ายางพาราเสียหาย และป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
.
การทำสวนปาล์ม
- ให้น้ำเสริมปาล์มอย่างถูกวิธี ในพื้นที่ที่มีฤดูแล้งยาวนาน การติดตั้งระบบน้ำหยดหรือมินิสปริงเกลอร์เพื่อให้น้ำเสริมในปริมาณ 150 - 200 ลิตรต่อต้นต่อวันจะช่วยให้ปาล์มมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ช่วยรักษาระดับความชื้นที่ีเหมาะสมสำหรับรากพืช
- เพิ่มอินทรียวัตถุในดินในสวนปาล์ม การนำทะลายเปล่าหรือปุ๋ยหมักมาใช้ในสวนปาล์มจะช่วยเพิ่มความสามารถในการรักษาความชื้นของดิน และยังเป็นการบำรุงดินไปในตัว
- เทคโนโลยีในการทำการเกษตร เช่น การใช้โดรนเกษตร ติดเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ ความชื้น คุณภาพดิน วางแผนการเพาะปลูกและเตรียมรับมือกับภัยธรรมชาติโดยศึกษาข้อมูลผ่านทางแอปพลิเคชันทางการเกษตร
.
ที่มา
โครงการเสริมสร้างศักยภาพในระดับท้องถิ่นเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
------------------------------------------
ที่มา: กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม