ปลดล็อคตลาดคาร์บอน สร้างโอกาสในการซื้อขาย Premium T-VER เครดิตของไทย
.
องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) ได้ออกมาตรการชดเชยและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคการบินระหว่างประเทศ (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation: CORSIA) เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับภาคการบิน โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 ประเทศสมาชิกทั้ง 193 ประเทศ ที่มีการบินระหว่างประเทศโดยปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อปีมากกว่า 10,000 tCO2eq จะต้องรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยนำกลไกตลาดคาร์บอนเข้ามาปรับใช้ด้วยเช่นกัน ซึ่งสายการบินจะต้องมีการซื้อคาร์บอนเครดิตที่ได้รับอนุญาตจาก ICAO เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนที่เหลือเพื่อบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้เหลือร้อยละ 85 ของปีฐานภายในปี พ.ศ. 2578 โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะทดลอง พ.ศ. 2564 – 2566 ระยะที่ 1 พ.ศ. 2567 – 2569 ดำเนินการชดเชยโดยสมัครใจ และระยะที่ 2 พ.ศ. 2570-2572 ดำเนินการชดเชยโดยบังคับ
.
ข้อมูลสำรวจความต้องการคาร์บอนเครดิตที่ใช้ชดเชยของระยะที่ 1 โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) คาดการณ์ว่าจะมีอุปสงค์ (Demand) จำนวนประมาณ 100-160 MtCO2eq ขณะที่มีมาตรฐานการรับรองคาร์บอนเครดิตที่ผ่านการอนุมัติจาก ICAO จำนวน 8 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐาน Architecture for REDD+ Transactions (ART), American Carbon Registry (ACR), Climate Action Reserve, Global Carbon Council, Gold Standard, Isometric, VCS/JNR REDD programme และ Premium T-VER ของประเทศไทย โดยข้อมูลจาก IATA ระบุว่า ปัจจุบันมีอุปทานที่เข้าเกณฑ์ (Eligible supply) ประมาณ 20.15 MtCO2eq จาก 3 มาตรฐาน คือ ART, VCS และ Gold Standard ส่งผลให้อุปทานขณะนี้มีอย่างจำกัด ไม่เพียงพอต่อความต้องการซื้อ (Over demand) ขณะที่การซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (Futures Contract) จากศูนย์ซื้อขาย ICE ปัจจุบันราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิตของ CORSIA นี้อยู่ที่ 20-25 ดอลลาร์สหรัฐ/tCO2eq
.
ประเภทโครงการของ Premium T-VER ที่สามารถเข้าร่วม CORSIA ประกอบด้วย 11 กิจกรรม/ระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจก ได้แก่
1. การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อจำหน่ายเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า (T-VER-P-METH-01-01)
2. การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อใช้เองและ/หรือจำหน่ายตรง (T-VER-P-METH-01-02)
3. การผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วมจากชีวมวลเพื่อจำหน่าย (T-VER-P-METH-01-03)
4. การเปลี่ยนยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (T-VER-P-METH-04-01)
5. การจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเพื่อทดแทนการฝังกลบ (T-VER-P-METH-09-01)
6. การกักเก็บก๊าซมีเทนจากการบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์หรือเผาทำลาย (T-VER-P-METH-12-01)
7. กิจกรรมการปลูกป่า (ยกเว้นพื้นที่ชุ่มน้ำ) (T-VER-P-METH-13-01)
8. กิจกรรมปลูกป่าชายเลน (T-VER-P-METH-13-02)
9. กิจกรรมการฟื้นฟูป่าชายเลนและหญ้าทะเล (T-VER-P-METH-13-04)
10. กิจกรรมการปรับปรุงการจัดการป่าไม้ (T-VER-P-METH-13-05)
11. กิจกรรมการจัดการพื้นที่การเกษตรที่ดี (T-VER-P-METH-13-06)
.
ข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ในประเด็นแผนความต้องการการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยภายใต้มาตรการ CORSIA ระยะที่ 1 สำหรับสายการบินพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย พบว่า มีความต้องการซื้อโดยคาดการณ์รวม 3 ปี (ใช้ชดเชยในปี 2028) จำนวนปริมาณ 3,000,000-3,700,000 tCO2eq ซึ่งเป็นโอกาสของประเทศไทย หากซื้อขายคาร์บอนเครดิตจากโครงการ Premium T-VER ได้ ก็ส่งผลพลอยได้ทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ได้แก่
🔹 ผู้ประกอบการไทยจะมีรายรับจากการขายคาร์บอนเครดิต เพิ่มเติม ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญในการตัดสินใจขยายการลงทุนพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตต่อไป
🔹 การลดภาระค่าใช้จ่ายของภาคการบินที่จะต้องจ่ายให้กับต่างประเทศ หากสามารถซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศไปชดเชยได้ ก็จะช่วยลดภาระดังกล่าวของสายการบินไทยได้บ้าง
🔹 การทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจกจะเกิดการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและผลประโยชน์ร่วม (Co-benefits) ในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม–เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ คุณภาพสิ่งแวดล้อมดีขึ้น ด้านสังคม–เกิดการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ชุมชน สร้างอาชีพให้แก่คนในชุมชน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมและความสามัคคีในชุมชน เช่น การจัดตั้งกองทุนจากรายได้ของโครงการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อสนับสนุนการจัดงานตามประเพณีของชุมชน หรือ จัดหาสิ่งของที่จำเป็นให้แก่ชุมชน ด้านเศรษฐกิจ–ลดต้นทุนในการผลิตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ภาคธุรกิจมีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน
🔹 กระตุ้นการลงทุนในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่มีผลพลอยได้ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม และการถ่ายทอดองค์ความรู้
🔹 สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ และแสดงถึงบทบาทความเป็นผู้นำในระดับอาเซียน โดยมีความก้าวหน้าด้านนโยบาย การยกระดับการดำเนินงานเทียบเท่ากับประเทศชั้นนำที่มีบทบาทสำคัญและมีความพร้อมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
.
SOURCE:
1. IATA Sustainability and Economics from SEP 23/CORSIA Annual SGF DEC 25
2. Fastmarket, Carbon Pulse
3. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
4. องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
------------------------------------------
ที่มา: องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก องค์การมหาชน