ประเทศไทยยังคงเผชิญกับวิกฤตมลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังทวีความรุนแรงขึ้นในทุกปี จากสถานการณ์ที่ผ่านมา พบว่าระดับความรุนแรงของมลพิษทางอากาศในแต่ละภูมิภาค
มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านช่วงเวลาของการเกิดวิกฤตและค่าความเข้มข้นของฝุ่นละออง
สังเกตได้ว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 มักเกิดซ้ำทุกปีในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม เนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย ซึ่งมีลักษณะอากาศที่เอื้อต่อการสะสมของฝุ่นละออง ในช่วงนี้ มวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยเป็นระยะ ทำให้อุณหภูมิลดลงและอากาศโดยรวมเย็นลง อย่างไรก็ตาม เมื่อความกดอากาศสูงเริ่มอ่อนกำลัง ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยก็จะอ่อนแรงลงตามไปด้วย ส่งผลให้เกิดสภาวะที่เรียกว่า “ลมสงบ” เมื่ออากาศสงบนิ่ง การไหลเวียนและการถ่ายเทอากาศจะลดลง ฝุ่นละอองและมลพิษต่าง ๆ ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การคมนาคม การเผาในที่โล่ง หรืออุตสาหกรรม จึงไม่สามารถกระจายตัวออกไปได้ และในช่วงอากาศเย็นยังมักเกิด ปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผัน (Temperature Inversion) คือ อากาศเย็นใกล้พื้นดินถูกกดทับด้วยอากาศอุ่นด้านบน ทำให้อากาศไม่สามารถลอยตัวขึ้นในแนวดิ่งได้ เปรียบเสมือนมีฝาชีครอบไว้ ส่งผลให้ฝุ่น PM2.5 ถูกกักสะสมอยู่ใกล้พื้นดินในระดับที่มนุษย์หายใจเข้าไป
นอกจากนี้สาเหตุหลักของการเกิดฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่และพื้นที่อุตสาหกรรม มาจากหลายปัจจัยที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็น การคมนาคม การเผาป่า การเผาในที่โล่ง หรือแม้แต่การเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศอย่างชัดเจน อีกทั้งระบบขนส่งในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่นก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 ขึ้นมา โดยเฉพาะรถยนต์ดีเซลที่ถูกมองว่าเป็นตัวการหลักในการปล่อยมลพิษนี้
ในขณะเดียวกัน อุณหภูมิที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีส่วนเร่งปฏิกิริยาทางเคมีในชั้นบรรยากาศ ทำให้สารตั้งต้นของมลพิษจากกิจกรรมต่างๆ ทำปฏิกิริยาก่อให้เกิดโอโซนและฝุ่นละอองขนาดเล็กเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อีกทั้ง สภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งที่ยาวนานขึ้น ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าที่สร้างฝุ่นควันจำนวนมาก ทำให้แพร่กระจายเข้าสู่เขตเมืองและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีการส่งต่อไปยังเศรษฐกิจไทย โดยรายงานจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2568 ระบุว่าภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยกำลังเผชิญกับปัญหาจากฝุ่น PM2.5 และความผันผวนของสภาพอากาศ ซึ่งข้อมูลตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2567 พบว่าในหลายปีค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยในเชียงใหม่สูงเกินมาตรฐานโลกหลายครั้ง ทำให้นักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสุขภาพ เริ่มมีแนวโน้มที่จะยกเลิกการเดินทางหรือลดระยะเวลาพักผ่อนอย่างชัดเจน
แม้ว่าจะมีการกำหนด "มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568" โดยเน้นการบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อลดพื้นที่เผาไหม้ในภาคเกษตรและพืชเป้าหมาย ประมาณร้อยละ 10-30 แต่ความท้าทายจากสภาวะโลกก็กำลังเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะนโยบาย "เขตมลพิษต่ำ" ในเมืองใหญ่ ที่มุ่งหวังจะควบคุมฝุ่นจากยานพาหนะอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ทุกคนยังสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเลือกทำสิ่งง่าย ๆ ที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษทางอากาศและบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ดังนี้
1.ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล : เปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ หรือเลือกเดินและปั่นจักรยานเมื่อต้องเดินทางใกล้ ๆ เพื่อลดการปล่อยไอเสีย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ในเมือง
2. หลีกเลี่ยงการเผาในที่โล่ง : งดการเผาขยะ เศษไม้ หรือวัสดุเหลือใช้ทางเกษตรกรรมในที่โล่ง เพราะการเผาไหม้แบบเปิดเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 อันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
3. ปลูกต้นไม้ในชุมชนและพื้นที่อยู่อาศัย : ต้นไม้ช่วยกรองฝุ่นและก๊าซมลพิษบางชนิด และเพิ่มพื้นที่สีเขียวซึ่งมีส่วนช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศในระยะยาว
4. วางแผนการเดินทางและกิจกรรม : รวมการเดินทางหลายจุดในทริปเดียว เพื่อลดจำนวนครั้งที่ใช้รถยนต์ และเลือกเส้นทางที่มีสภาพการจราจรไม่หนาแน่น เพื่อหลีกเลี่ยงการปล่อยไอเสียมากเกินจำเป็น
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ร่วมกัน แม้เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากทุกคนร่วมมือกันก็สามารถช่วยลดการปล่อยมลพิษและบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ในชุมชนและเมืองได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”
ที่มา : https://www.dcce.go.th/6009/
https://ncas.ac.uk/whats-climate-change-got-to-do-with.../
https://tdri.or.th/2025/08/climate-impacts-tourism-thailand/
https://www.pcd.go.th/pcd_news/33286/...
https://www.chula.ac.th/highlight/112761/#mpm25
https://www.prd.go.th/.../cate.../detail/id/31/iid/362787...
ที่มา : กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม