Carbon Tax: กลไกผลักดันเศรษฐกิจโลกสู่ความยั่งยืน
.
เมื่อโลกกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ รัฐบาลหลายประเทศกำลังพิจารณานำภาษีคาร์บอนมาใช้เป็นกลไกสำคัญแนวหน้าในยุทธศาสตร์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับชาติ ภาษีคาร์บอนจึงถือเป็นหนึ่งในแนวทางแรก ๆ ที่นำมาใช้เพื่อกำหนดราคาสำหรับต้นทุนภายนอกของการปล่อยคาร์บอน โดยสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้ภาคธุรกิจในการลงทุน
.
นอกจากนี้ ประเทศต่าง ๆ ยังจำเป็นต้องพัฒนากลไกการกำหนดราคาคาร์บอนของตนเอง เพื่อตอบสนองต่อมาตรการทางการค้าด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะกลไกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป หรือ CBAM ดังนั้น ภาษีคาร์บอนไม่เพียงช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนา สามารถบรรลุพันธกรณีด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลกได้เท่านั้น แต่ยังช่วยหลีกเลี่ยงการถูกเรียกเก็บภาษีคาร์บอนสำหรับสินค้าที่มีการปล่อยคาร์บอนสูงจากประเทศคู่ค้าของตน อย่างสหภาพยุโรป
.
ในปี 2024 ที่ผ่านมา มีประเทศและกลุ่มเศรษฐกิจรวม 39 แห่งทั่วโลก ที่ได้มีการจัดเก็บภาษีคาร์บอนแล้ว รวมถึงประเทศกำลังพัฒนาอย่าง อาร์เจนตินา โคลอมเบีย ชิลี เม็กซิโก แอฟริกาใต้ และอุรุกวัย ขณะที่ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำภาษีคาร์บอนมาใช้ในปี 2019 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลอีกหลายแห่ง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง ก็กำลังศึกษาแนวทางนี้เพื่อสนับสนุนเป้าหมายที่สูงยิ่งขึ้นในข้อเสนอการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่ยังคงความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ภายใต้กรอบนโยบายการค้าที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ
.
สำหรับรูปแบบพื้นฐานของภาษีคาร์บอนนั้น จะถูกจัดเก็บต้นทาง ณ จุดสกัดเชื้อเพลิงฟอสซิล การนำเข้า การจัดจำหน่าย หรือจากผู้ใช้พลังงานขนาดใหญ่ โดยอัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับปริมาณคาร์บอนในเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นค่าประมาณของคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกจากการเผาไหม้ โดยการจัดเก็บภาษีคาร์บอนที่ต้นทาง จะสามารถครอบคลุมภาคเศรษฐกิจที่กว้างขวาง รวมถึงภาคขนส่ง อีกทั้งยังเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพด้านต้นทุนและประหยัด เพราะสามารถดำเนินการภายใต้โครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตที่มีอยู่แล้ว ตัวอย่างของประเทศที่ใช้รูปแบบภาษีคาร์บอนต้นทาง ได้แก่ สวีเดน ฟินแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส บริติชโคลัมเบีย (แคนาดา) เม็กซิโก อาร์เจนตินา โคลอมเบีย และอุรุกวัย
.
ในทางกลับกัน ประเทศสิงคโปร์ ชิลี และแอฟริกาใต้ เลือกใช้รูปแบบ ภาษีคาร์บอนปลายทาง หรือที่เรียกว่าการจัดเก็บจากแหล่งปล่อยโดยตรง ซึ่งเน้นการเก็บภาษีตามปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกสู่บรรยากาศจริง
อย่างเช่น โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน และแหล่งปล่อยอื่น ๆ โดยจำเป็นต้องจัดตั้งโครงสร้างบริหารที่ซับซ้อน เพื่อดำเนินการเก็บภาษี ตรวจสอบการปล่อย และติดตามการปฏิบัติตามกฎหมาย
.
ทั้งนี้ ผลกระทบของการใช้ภาษีคาร์บอนจะขึ้นอยู่กับจุดที่มีการจัดเก็บภาษี โดยรูปแบบต้นทางและปลายทางต่างก็มีจุดแข็งและความท้าทายเฉพาะตัว การออกแบบภาษีคาร์บอนที่เหมาะสมจึงต้องพิจารณาตามบริบทเศรษฐกิจ ความสามารถด้านบริหารจัดการ และเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของแต่ละประเทศ
.
สำหรับประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบ “ร่างกฎกระทรวงการคลังกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่..) พ.ศ. …. กำหนดกลไกราคาคาร์บอนในพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน” ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งกำหนดให้มีกลไกราคาคาร์บอนในโครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บจากสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือกระบวนการผลิตที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการที่จะส่งสินค้าไปยังประเทศที่มีการบังคับใช้มาตรการการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน อย่าง CBAM
.
ในอนาคตอันใกล้ ภาษีคาร์บอนจะเป็นกลไกสำคัญในพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ดังนั้น ภาษีคาร์บอนจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางภาษี แต่จะช่วยเสริมสร้างแรงจูงใจเชิงเศรษฐศาสตร์ให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านสู่กระบวนการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ พร้อมทั้งรักษาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในเวทีโลก
.
.
ที่มา :
(1) UNDP, 2025 Carbon Tax in an Evolving Carbon Economy: Policy Design & Digital Innovations.
https://www.undp.org/.../undp-carbon-tax-in-an-evolving...
(2) Energy News Center ครม. เห็นชอบภาษีคาร์บอน 200 บาทต่อตันฯ ยืนยันไม่กระทบราคาน้ำมันประชาชน.
www.energynewscenter.com/ครม-เห็นชอบภาษีคาร์บอน-200/
(3) รัฐบาลไทย, 2568 ครม.ไฟเขียว เก็บภาษีคาร์บอน หนุนลดก๊าซเรือนกระจก
https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/92842
(4) กรมสรรพสามิต 2568 มาตรการภาษี
https://webdev.excise.go.th/.../1274-2025-01-21-06-15-07
.
สื่อประชาสัมพันธ์ : กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม