ธรณีวิทยาน่ารู้ : ไขปริศนาก้อนหินในหลุมกุมลักษณ์
.
ใครจะคิดว่าหลุมบ่อบนพื้นหินที่พบเห็นกันจนชินตาตามทางน้ำนั้น จะเป็นหลักฐานสะท้อนพลังแห่งสายน้ำและการสร้างสรรค์แห่งธรรมชาติ “กุมภลักษณ์” หรือ “Pot hole” เป็นผลงานแห่งธรรมชาติที่เกิดจากการกัดกร่อน โดยทางน้ำในฤดูน้ำหลาก กระแสน้ำไหลเชี่ยวจะพัดพาเอาตะกอนกรวดทรายมาหมุนวนเซาะหินจนเกิดเป็นหลุม และขัดถูจนมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่า กุมภลักษณ์ หรือ “ลักษณะของหม้อ” ในขณะเดียวกัน กรวดทรายทุกเม็ดที่หมุนวนอยู่ในกุมภลักษณ์ก็มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ โดยขนาดของกุมภลักษณ์ขึ้นอยู่กับปริมาณและขนาดของกรวดทรายที่อยู่ในกุมภลักษณ์ และแรงของน้ำซึ่งเปลี่ยนแปลงทุกปี แล้วเมื่อมวลน้ำเหือดแห้งไป จึงคงเหลือไว้ในหลุมเหมือนเป็นพยานวัตถุหลักฐานของเหตุการณ์อัศจรรย์ทางธรรมชาติ
.
กุมลักษณ์จึงเป็นธรณีสันฐานที่ผนวกจากพลังของน้ำและหินบ่มเพาะด้วยเวลายาวนาน และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรณีอีกมากมาย อย่างเช่นในภาพ แก่งหินเพิง ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จะมีลักษณะเป็นชั้นหินทรายเนื้อหยาบขนาดใหญ่ การคัดขนาดของเม็ดตะกอนไม่ดี วางตัวในแนวตะวันออก - ตะวันตกมีมุมเท (Dip) น้อยไปทางทิศใต้ ขวางทางน้ำใสใหญ่ที่ไหลจากทางทิศเหนือลงไปทางทิศใต้ ภายในเนื้อหินมีรอยแตกรอยแยกหลายแนว กระแสน้ำแห่งฤดูกาลจะไหลกัดเซาะไปตามรอยแตกแยกให้หินแตกออกเป็นก้อนๆ หรือกัดเซาะเป็นร่องลึกเปลี่ยนแปลงความลาดเทและระดับของท้องน้ำ ทำให้บางช่วงของลำน้ำเกิดเป็นน้ำตกขนาดเล็กงดงาม พลังอันเหลือเฟือแห่งสายน้ำยังพัดพาเอากรวดทรายไปหมุนวนเสียดสี ครูดถูกับพื้นหินแข็งจนเกิดหลุมลึกลงไปในหินเป็นกุมภลักษณ์มากมาย ดังปรากฏให้เห็นทั่วไปบนผิวของเกาะ แก่งและพื้นท้องน้ำในฤดูน้ำน้อย เช่นเดียวกับชั้นเฉียงระดับ (Crossbedding) หลักฐานแสดงทิศทางของกระแสน้ำในอดีตที่จะเผยตัวให้เห็นบนชั้นหินของแก่งหินเพิงจังหวัดปราจีนบุรีที่โด่งดัง
สื่อประชาสัมพันธ์ : กรมทรัพยากรธรณี