หมอกควัน อนุภาคขนาดเล็ก แต่กลับมีผลกระทบมหาศาล
  • 22 มีนาคม 2566
  • 6,697 ครั้ง

หมอกควัน อนุภาคขนาดเล็ก แต่กลับมีผลกระทบมหาศาล
เพราะ … หมอกควันเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) และฝุ่นที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดีอย่าง PM2.5 และ PM1.0 ด้วย เมื่อเราหายใจรับฝุ่นนี้เข้ามาในปอดแล้ว ร่างกายเราจะไม่สามารถขับออกมาได้
.
หมอกควัน (Smog) มาจากคำในภาษาอังกฤษ คือ Smoke + Fog เป็นการสะสมของควันหรือฝุ่นในอากาศ ที่ส่วนใหญ่มีผลมาจากการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ไฟป่า และกระบวนการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นมลพิษชนิดหนึ่งที่ลอยปะปนอยู่ในอากาศ ได้แก่ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2), ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2), โอโซน (O3), ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO), สารตะกั่ว (Pb) และสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เป็นต้น
.
รวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) ที่เป็นตัวการสำคัญในการก่อมลพิษตลอดทั้งปี โดยเกิดขึ้นทั้งจากธรรมชาติและฝีมือของมนุษย์
สาเหตุจากธรรมชาติ เช่น แรงลมที่พัดผ่านดิน ทราย ละอองน้ำ ฝุ่นเกลือจากทะเล แล้วฟุ้งกระจายขึ้นไปในอากาศ เขม่าควัน ไฟป่า และการระเบิดของภูเขาไฟ
สาเหตุจากมนุษย์ เช่น การระบายไอเสียหรือควันพิษในอุตสาหกรรมต่าง ๆ, การเผาไม้ของเชื้อเพลิง ถ่านหิน, การเผาป่า, การเผาขยะ, การจราจร และการปล่อยไอเสียของรถยนต์
.
ผลกระทบของหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก
ด้านสุขภาพ ส่งผลต่อสุขภาพอนามัยของเรา เสี่ยงต่ออาการและโรคต่าง ๆ ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก น้ำมูลไหล แสบจมูกและลำคอ โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น เหนื่อยง่าย เท้าบวม หัวใจเต้นเร็ว โรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น อาการแสบหรือคันตา ตาแดง น้ำตาไหล มองภาพไม่ค่อยชัด และอื่น ๆ โดยมีกลุ่มเสี่ยงมากมาย ตั้งแต่กลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอด โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ เมื่อได้รับสารมลพิษเข้าสู่ร่างกาย จึงจะได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่าคนทั่วไป ดังนั้น ควรเตรียมยาสำรองและเฝ้าระวังอาการผิดปกติของร่างกายอย่างใกล้ชิด หากมีอาการควรปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขภายในพื้นที่เพื่อรับการรักษาต่อไป
.
ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สาเหตุที่ก่อให้เกิดหมอกควันอย่าง การเผาและการตัดไม้ทำลายป่า การปล่อยมลพิษและไอเสียจากรถยนต์ ย่อมส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย เพราะทำให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในบรรยากาศเพิ่มขึ้นมหาศาล ธรรมชาติจึงขาดความสมดุล และเสี่ยงต่อภัยพิบัติรุนแรงตามมาด้วย
.
รู้ถึงผลกระทบเช่นนี้แล้ว เราจะป้องกันตนเองอย่างไรดีล่ะ?
เมื่อเกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขึ้นมาแล้ว อันดับแรกเราคงต้องป้องกันตนเองในเบื้องต้นก่อน โดยหลีกเลี่ยงการสูดฝุ่นละออง เช่น การใช้หน้ากากอนามัยและสวมแว่นตาทุกครั้งออกจากบ้าน, ปิดประตูหน้าต่างด้านที่รับลม เพราะอาจพัดหมอกควันเข้ามาผ่านภายในบ้าน และเปิดประตูหน้าต่างด้านที่ตรงข้ามกับทิศทางลมแทน, ดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ และควรใช้น้ำสะอาดกลั้วคอวันละ 3 - 4 ครั้ง (ห้ามกลืน) เราก็จะสามารถป้องกันตนเองได้ในระดับหนึ่งแล้ว
.
นอกจากนี้ เรายังต้องช่วยกันแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดหมอกควันและฝุ่นละอองจากน้ำมือมนุษย์ด้วย เช่น การไม่เผาป่า, ไม่เผาขยะ, ลดการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิล, ลดการจราจรจากรถที่ปล่อยไอเสีย หันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้า รถสาธารณะ หรือการเดินในระยะใกล้ ๆ แทน และวิธีการอื่น ๆ เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถป้องกันตนเองและลดผลกระทบจากหมอกควันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้แล้ว
.
ที่มาข้อมูล : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล https://bit.ly/3Ro5SCD, ศูนย์วิจัยด้านมลภาวะและอนามัยสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ https://bit.ly/3wP0Ohe, กรมควบคุมโรค https://bit.ly/3DyHto0

ที่มา : กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม